เหยื่ออธรรม (Les Misérables) ฉบับสมบูรณ์

รหัสสินค้า: 9786119023123
สำนักพิมพ์ ทับหนังสือ
ผู้แต่ง วิกเตอร์ อูโก ผู้แปล วิภาดา กิตติโกวิท
ปีที่พิมพ์ 2556 จำนวนหน้า -

สถานะของสินค้า : สินค้าหมด

ราคาปกติ: 3,500 บาท

Special Price 3,150 บาท

หนังสือเข้า 07-05-2015

รายละเอียดโดยย่อ

Les Miserables (เหยื่ออธรรม) ฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วย ๕ ภาค / ๕ เล่ม

  • ภาคที่หนึ่ง - ฟองตีน / Fantine
  • ภาคที่สอง - โกแซตต์ / Cosette
  • ภาคที่สาม - มาริอุส / Maris
  • ภาคที่สี่ - เพลงยาวบนถนนปลูเมต์และมหากาพย์แห่งถนนแซงต์-เดอนีส์ / L' Idylle rue Plumet et L' Epopee rue Saint-Denis
  • ภาคที่ห้า - ฌอง วัลฌอง / Jean Valjean 

อูโกกล่าวไว้ตอนท้ายของเรื่องนี้ว่า... หนังสือเล่มที่อยู่ในสายตาของคุณ ผู้อ่านขณะนี้ จากต้นจนปลาย ทั้งในองค์รวมและในรายละเอียดของมัน ไม่ว่าจะมีสิ่งใดคั่นกลางก็ตาม ไม่ว่าจะเป็้นข้อยกเว้นหรือข้อบกพร่อง ล้วนเป็นการก้าวจากความชั่วไปสู่ความดี จากความ อยุติธรรมสู่ความยุติธรรม จากความเท็จสู่ความจริง จากราตรีทิวา จากความอยากสู่มโนธรรม จากความเน่าเปื่อสู่ชีวิต จากความเป็นสัตว์สู่ความรู้หน้าที่ จากนรกสู่สวรรค์ จากความว่างเปล่าสู่พระเจ้า จุดเริ่มคือวัตถุ เป้าหมายคือวิญญาณ เริ่มจากไฮดรา จบลงที่นางฟ้า....

รายละเอียดสินค้า

ฌอง วัลฌอง ตัวละครเอกของเรื่อง เป็นชาวนายากจน ต้องเลี้ยงดูหลานซึ่งเป็นลูกของพี่สาวเจ็ดคน ในปีที่อากาศหนาวจัด ฌอง วัลฌอง ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินซื้ออาหาร ด้วยความอับจนหนทาง เขาทุบกระจกร้านขนมปังและหยิบขนมปังไปหนึ่งก้อนจึงถูกจับ และติดคุกสำหรับนักโทษอุกฉกรรจ์ถึง 19 ปี - ซึ่งโทษถูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะพยายามแหกคุกหนีหลายครั้ง - เขาแหกคุกเพราะไม่ยอมรับโทษทัณฑ์ ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่เขา อูโกให้ภาพ ฌอง วัลฌอง ไว้ดังนี้ ฌอง วัลฌองเดินเข้าคุกมหันตโทษพร้อมกับเสียงสะอื้นและตัวสั่นเทา แต่เดินออกมาในลักษณะที่ไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆ เขาเข้าไปด้วยความสิ้นหวังท้อแท้ ออกมาด้วยดวงจิตดำมืด ระหว่างสิบเก้าปีแห่งการถูกทรมาน และการเป็นทาส วิญญาณดวงนี้สูงส่งขึ้นและตกต่ำลงพร้อมๆ กัน แสงสว่างเข้ามาจากด้านหนึ่ง ความมืดเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ลักษณะเฉพาะของโทษทัณฑ์ซึ่งเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมไร้เมตตาชนิดนี้ ก็คือการทำให้คนโง่งมลง คือการเปลี่ยนแปลงคนให้เป็นสัตว์ไปทีละน้อย โดยการแปลงกายที่โง่เขลา ชนิดหนึ่ง บางครั้งก็กลายเป็นสัตว์ดุร้าย” เมื่อครบกำหนด เขาได้รับการปล่อยตัว โดยมีบัตรประจำตัวสีเหลืองติดตัว ซึ่งระบุว่าเขาเคยเป็นนักโทษมหันตโทษและเป็นบุคคลอันตราย เขาจึงถูกปฏิเสธไม่ให้งานทำ เมื่อจะเข้าพักหาซื้ออาหารตามโรงเตี๊ยมก็ถูกเจ้าของขับไล่ในทุกแห่งที่ไป ในภาวะจนตรอก มีผู้ชี้ทางให้เขาไปเคาะประตูบ้านของคุณพ่อเบียงเวอนู สังฆราชผู้เปี่ยมเมตตาจนเป็นที่เลื่องลือ คุณพ่อเบียงเวอนูต้อนรับฌอง วัลฌองอย่างดี ให้อาหาร ให้ที่พัก แต่กลางดึก ฌอง วัลฌองได้ขโมยช้อนส้อมมีดที่เป็นเครื่องเงินของท่านแล้วหลบหนีไป รุ่งขึ้นตำรวจได้จับตัวฌอง วัลฌองมาหาคุณพ่อ คุณพ่อนอกจากจะบอกว่ามันเป็นของที่ท่านให้แล้ว ยังได้ให้เชิงเทียนเงินอีกคู่หนึ่งเพิ่มไปด้วย โดยบอกวัลฌองต่อหน้าตำรวจว่า “พ่อให้แล้ว ทำไมไม่เอาไปด้วย” ตำรวจจึงปล่อยตัวฌอง วัลฌอง คุณพ่อบอกเขาเมื่อได้รับการปล่อยตัวว่า “ฌอง วัลฌอง พ่อน้องชาย เธอไม่ได้เป็นของความชั่วอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นของความดี พ่อได้ซื้อวิญญาณของเธอไว้แล้ว พ่อได้เอามันมาจากความคิดดำมืด กับจิตวิญญาณแห่งความหายนะ และถวายมันแด่พระเป็นเจ้าไปแล้ว” ...บาทหลวง...จึงกล่าวคำเท็จในที่นี้ เพื่อกอบกู้วิญญาณดวงหนึ่งด้วยประการฉะนี้ ฌอง วัลฌอง สับสนทางความคิดอย่างหนัก ระหว่างการเป็นคนดีกับคนเลว จะลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ดี อูโกบรรยายสภาพจิตใจของวัลฌองไว้ดังนี้ “เขารู้สึกอย่างคลุมเครือว่า การให้อภัยของพระท่านนี้คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุด และน่ากลัวที่สุดที่ได้เขย่าความคิดจิตใจเขาจนคลอน ถ้าเขาขัดขืนไม่ยอมรับความกรุณานี้ ความแข็งกระด้างของเขาจะแกร่งกร้าวตลอดไป แต่ถ้าเขาศิโรราบ เขาก็ต้องละทิ้งความเกลียดชังที่ได้สั่งสมขึ้นในวิญญาณจากสิ่งที่คนอื่น กระทำต่อเขาในตลอดระยะหลายปีมานี้ ซึ่งทำให้เขาพึงพอใจนักหนานั้น เขารู้ว่าถึงคราวที่เขาต้องพิชิต หรือไม่ก็ถูกพิชิต และรู้ว่าสงคราม - สงครามครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสุดท้ายนี้ คือการพันตูระหว่างความชั่วร้ายของเขากับความดีงามของบุรุษผู้นั้น” ในภาวะงุนงงนั้นก็ได้หยิบเงินเหรียญที่เด็กชายกวาดปล่องไฟทำหล่นไปโดยไม่ รู้ตัว นั่นเองทำให้เขากลายเป็นอาชญากรที่กระทำความผิดซ้ำและถูกตามล่าจับกุม โดยเฉพาะจากสารวัตรฌาแวร๎ต์ ผู้ถือตนว่าต้องรักษากฎหมายจนถึงที่สุด ...เพื่อทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมตามความคิดของเขา สุดท้าย ฌอง วัลฌองไปร้องไห้หน้าบ้านคุณพ่อตอนดึก จากนั้นก็อำพรางตัวเองเป็นเมอสิเยอร์มาด๎แลน เข้าไปในเมืองมงเตรย-ซูร๎-แมร๎ สร้างวิสาหกิจผลิตแก้วจนทำให้เมืองรุ่งเรืองมั่งคั่งขึ้น ท้ายที่สุดก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรี และช่วยเหลือชาวเมืองทุกคนที่เดือดร้อน ฟองตีน เป็นหญิงสาวกำพร้าที่เข้าไปหางานทำใน ปารีส และถูกล่อลวงโดยโธโลมิแยส นักศึกษาที่ร่ำรวย จนคลอดลูกสาวชื่อโกแซตต๎ แล้วถูกทอดทิ้ง เธอต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงลูก แต่ถ้ามีลูกติดนอกสมรส เธอจะหางานทำไม่ได้ เธอจึงเดินทางกลับบ้านเดิม ระหว่างทางได้ผ่านมงต์แฟร๎เมย พบโรงเตี๊ยมของผัวเมียเตนาร๎ดิเยร์ และได้ขอให้ทั้งสองช่วยดูแลลูกให้ โดยเธอจะไปทำงานและส่งเงินมาให้เป็นค่าเลี้ยงดูประจำทุกเดือน ฟองตีนได้งานทำที่โรงงานของเมอสิเยอร์มาด๎แลน แต่คนช่างซุบซิบนินทามุ่งร้ายได้สืบรู้ว่าเธอมีลูก เธอจึงถูกไล่ออกจากงานโดยหัวหน้างานผู้เคร่งครัดใน “ศีลธรรม” ขณะที่เตนาร๎ดิเยร์เรียกร้องขอเงินเลี้ยงดูโกแซตต๎เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด หลังจากขายผม และฟันหน้าอันสวยงามแล้ว ฟองตีนก็ขายตัว เพื่อหาเงินส่งไปให้เตนาร๎ดิเยร์ คืนหนึ่ง เธอถูกหนุ่มสำอางที่เป็นอันธพาลกลั่นแกล้ง เธอจึงตบตีเขา และถูกฌาแวร๎ต์ซึ่งย้ายมาเป็นสารวัตรเมืองมงเตรยจับกุมไปโรงพัก แต่ขณะที่กำลังสั่งคุมขังฟองตีนอยู่นั้น เมอสิเยอร์มาด๎แลนเข้าขวาง และช่วยฟองตีนซึ่งป่วย หนักให้ไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลของตน และเขาจึงรู้ว่าฟองตีนถูกไล่ออกจากโรงงานของตน ฟองตีนเจ็บหนัก และอยากพบโกแซตต๎มาก เมอสิเยอร์มาด๎แลนสัญญาว่าจะไปรับลูกสาวเธอมา อย่างไรก็ตาม ฌาแวร๎ต์เคยสงสัยว่า เมอสิเยอร์มาด๎แลนก็คือฌอง วัลฌอง แต่แล้วเขาก็มาขอให้นายกเทศมนตรีไล่ออก เพราะฌอง วัลฌองตัวจริงถูกจับได้แล้ว ทำให้เมอสิเยอร์มาด๎แลนว้าวุ่นอย่างหนัก ต่อสู้ในใจตัวเองอย่างสาหัสระหว่างการจะไปเปิดเผยตัวเองที่ศาล ซึ่งฌอง วัลฌองตัวปลอมกำลังจะถูกตัดสินคดี หรือยอมให้มันเกิดขึ้น และตัวเองก็จะบริสุทธิ์ไปตลอดกาล เพราะมีคนรับโทษแทนไปแล้ว ในที่สุดเมอสิเยอร์มาด๎แลนก็ไปศาลและได้เปิดเผยตัวเอง เขาจึงถูกฌาแวร๎ต์ตามไปจับกุมขณะที่อยู่หน้าเตียงฟองตีนซึ่งเจ็บหนัก และทำให้ฟองตีนสิ้นลมด้วยความตระหนก ฌอง วัลฌองถูกจับเข้าคุกอีก แต่ต่อมาสองสามปีเขาหลบหนีได้ และมุ่งหน้าไปยังมงต์แฟร๎เมยเพื่อตามหาโกแซตต๎ และพบหนูน้อยโดยบังเอิญในป่า ขณะที่ถูกบังคับให้ออกไปตักน้ำในบ่อกลางป่าตอนดึก เพราะนางเตนาร๎ดิเยร์ใช้โกแซตต๎ทำงานเยี่ยงทาส แต่ ไม่ให้อาหารและเครื่องนุ่งห่มอย่างเพียงพอ หนูน้อย อยู่ในภาวะหวาดผวาและหนาวเหน็บหิวโหย ทั้งยังถูก กลั่นแกล้งจากเอโปนีนและอาเซลมาลูกสาวสองคนของเตนาร๎ดิเยร์ ฌอง วัลฌองสามารถซื้อโกแซตต๎จากเตนาร๎ดิเยร์ได้ โดยเตนาร๎ดิเยร์ถือว่าตนถูกโกง เพราะควรจะเรียกค่าไถ่ตัวได้สูงกว่าที่วัลฌองให้ วัลฌองพาโกแซตต๎ไปอยู่บ้านเช่าโกโรโกโสในย่านชานเมืองปารีสที่เปลี่ยวร้าง แต่ก็ยังถูกฌาแวร๎ต์ตามพบจนได้ เขาจึงต้องหลบหนีอีกท่ามกลางการติดตามไล่ล่าของฌาแวร๎ต์กับตำรวจ สุดท้ายก็ได้ปีนกำแพงเข้าไปในสวนของคอนแวนต์แห่งหนึ่ง ได้พบพ่อโฟช๎เลอวองต์ คนสวนที่นั่นซึ่งเขาเคยช่วยชีวิตเมื่อเป็นนายกเทศมนตรี เขาจึงได้รับการช่วยเหลือให้อาศัยอยู่ในคอนแวนต์ต่อมา และโกแซตต๎ก็ได้เข้าเรียนโรงเรียนประจำที่นั่นและเติบโตขึ้น มาริอุส ปงต์แมร๎ซี เป็นชายหนุ่มที่อาศัยอยู่กับเมอสิ เยอร์ฌีย๎นอร๎มองด์ ตาผู้ร่ำรวย เนื่องจากพ่อของมาริอุสเป็นทหารของพระเจ้านโปเลียน ฝ่ายตาเกลียดนโปเลียน มาริอุสจึงถูกกีดกันไม่ให้พบพ่อตั้งแต่เล็กเมื่อแม่เสียชีวิตไป จนกระทั่งหลังจากพ่อเสียชีวิตไปแล้ว มาริอุสจึง ค่อยๆ รู้ว่าพ่อเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และเขาชื่นชม ความคิดทางการเมืองของพ่อ จึงเกิดทะเลาะกับตา และได้ออกจากบ้านตาไปด้วยความโกรธที่ตาเหยียดหยามพ่อ เขาใช้ชีวิตแบบนักศึกษากฎหมายที่ยากจน ระหว่างนั้นก็คบหากับกลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรง ซึ่งรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อนอาเบเซ นำโดยอองฌอลราส์ ผู้มีรูปร่างหน้าตางดงามดุจเทพเจ้า วันหนึ่ง มาริอุสได้เห็นโกแซตต๎ในสวนสาธารณะที่ซึ่งเธอไปเดินเล่นกับพ่อ คือ ฌอง วัลฌองเป็นประจำ แล้วทั้งสองก็ตกหลุมรักกันเมื่อได้สบตากัน แต่ฌอง วัลฌอง ได้พยายามขัดขวางไม่ให้ทั้งสองได้พบกันอีก โดยวัลฌองไม่ยอมพาโกแซตต๎ไปสวนอีก และย้ายบ้านหนีเมื่อรู้ว่ามาริอุสได้ตามไปถึงบ้าน ทำให้ทั้งมาริอุสและโกแซตต๎ทุกข์หนักทั้งคู่ เตนาร๎ดิเยร์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นฌงแดร็ต และเช่าห้องอยู่ในบ้านหลังเดียวกับมาริอุสโดยอยู่ห้องติดกัน ฌงแดร็ตหากินโดยการเขียนจดหมายถึงคนรวยเพื่อรีดไถเงินโดยอ้างตนเป็นบุคคล ต่างๆ และได้เขียนจดหมายขอเงินจากฌอง วัลฌองด้วย ฌอง วัลฌองพาโกแซตต๎ไปเยี่ยมฌงแดร็ตที่ห้อง มาริอุสซึ่งแอบดูผ่านร่องในฝาบ้านก็ได้พบโกแซตต๎อีกครั้ง และมาริอุสแอบรู้แผนการที่ฌงแดร็ตวางแผนหลอกวัลฌองไปปล้น จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งปรากฏว่าคนที่รับแจ้งคือฌาแวร๎ต์ ในที่สุดแผนการล้มเหลวและฌงแดร็ตถูกจับ แต่วัลฌองหลบหนีไปได้ก่อนที่ฌาแวร๎ต์จะจำเขาได้ เอโปนีน ลูกสาวของเตนาร๎ดิเยร์หลงรักมาริอุส แม้จะเจ็บปวดที่มาริอุสไม่รักตอบ เธอก็ยอมช่วยมาริอุสตามหาโกแซตต๎จนรู้ที่อยู่ และมาริอุสได้กลับไปพบโกแซตต๎อีกครั้ง ทั้งสองได้ฝากรักกัน แต่ไม่นานฌอง วัลฌองที่หวาดหวั่นตลอดว่าจะถูกพบก็บอกโกแซตต๎ว่าจะไปอังกฤษ เมื่อมาริอุสรู้ก็กลับไปหาตาเพื่อขอให้ตาอนุญาตให้แต่งงานกับโกแซตต๎ แต่ตาไม่ยินยอม มาริอุสออกจากบ้านตาด้วยความรวดร้าว และเมื่อกลับไปที่บ้านโกแซตต๎อีกครั้งนั้น เธอก็หายไปกับพ่อแล้ว มาริอุสเจ็บปวดคิดว่าโกแซตต๎ทิ้ง จึงพกปืนสองกระบอกที่ได้จากฌาแวร๎ต์ แล้วมุ่งไปยังเครื่องกีดขวางที่ซึ่งนักศึกษาได้ก่อขึ้นเพื่อประท้วงรัฐบาล การลุกขึ้นสู้ของนักศึกษาดูไม่มีความหวัง แต่มาริอุสกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาก็ยืน หยัดที่จะสู้ถึงที่สุดเพื่ออิสรภาพและประชาธิปไตย ฌาแวร๎ต์แอบเข้าไปในเครื่องกีดขวางเพื่อสอดแนม แต่ถูกจำได้จึงถูกจับมัด ขณะที่กองทหารบุกเข้าโจมตีเครื่องกีดขวาง มีทหารเล็งปืนจะยิงมาริอุส เอโปนีนซึ่งอยู่ที่นั่นได้เอาตัวเข้าขวาง เธอแลกชีวิตตัวเองเพื่อช่วยชีวิตมาริอุส ก่อนตายได้ส่งจดหมายของโกแซตต๎ที่ได้ฝากเธอส่งถึงมาริอุสให้เขา มาริอุสจึงรู้ที่อยู่ของโกแซตต๎ ก็เขียนตอบและสั่งให้กาวฺรอช๎ เด็กเร่ร่อนที่มาร่วมขบวนด้วยนำไปส่งให้โกแซตต๎ตามที่อยู่ที่เธอบอกไว้ แต่กาวฺรอช๎กลับส่งจดหมายให้ฌอง วัลฌองแทน เขาจึงไปที่เครื่องกีดขวาง และได้อาสาประหารฌาแวร๎ต์เมื่อทางทหารบุกเข้าโจมตีเครื่องกีดขวางอีกระลอก แต่เมื่อพาฌาแวร๎ต์ออกจากเครื่องกีดขวางไปแล้ว วัลฌองก็ได้ปล่อยฌาแวร๎ต์ให้เป็นอิสระ เมื่อเครื่องกีดขวางถูกบุกทำลาย วัลฌองก็ได้คว้ามาริอุสที่ได้รับบาดเจ็บออกมา แล้วแบกเขาลุยลงไปในท่อน้ำใต้ดินที่เป็นเหมือนเขาวงกตใต้กรุงปารีส ซึ่งต้องลุยข้ามบ่อโคลนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อเห็นทางออกจากท่อน้ำใต้ดิน เขาไม่มีกุญแจเปิดลูกกรง แต่ได้พบเตนาร๎ดิเยร์ซึ่งมาหลบซ่อนอยู่ โดยเตนาร๎ดิเยร์ยอมให้วัลฌองพามาริอุสออกไป และเอาเงินทองในตัวของวัลฌองไปหมด แต่เมื่อเขาโผล่ขึ้นจากท่อน้ำก็พบฌาแวร๎ต์ดักรออยู่ โดยความตั้งใจของฌาแวร๎ต์คือดักรอเตนาร๎ดิเยร์ วัลฌองยอมให้ฌาแวร๎ต์จับ แต่ขอพามาริอุสที่ใกล้ตายไปส่งให้ตาก่อน ฌาแวร๎ต์ยินยอม แต่เขาก็ร้าวรานอย่างหนัก ขัดแย้งในตัวเองระหว่างหน้าที่ ที่ต้องจับกุมฌอง วัลฌอง กับการเป็นหนี้ชีวิตฌอง วัลฌองอยู่ ... อุดมคติสำหรับฌาแวร๎ต์แล้ว ไม่ใช่การมีมนุษยธรรม ไม่ใช่การเป็นคนยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การเป็นคนสูงส่ง หากแต่คือเป็นคนที่ไม่สามารถถูกกล่าวโทษตำหนิได้ ในที่สุด เมื่อหาทางออกที่ดีให้ตัวเองไม่ได้ เขาก็ปล่อยฌอง วัลฌอง และปลิดชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดน้ำ มาริอุสได้รับการรักษาจนหายป่วย และตาอนุญาตให้แต่งงานกับโกแซตต๎ แต่ในวันรุ่งขึ้นของการแต่งงาน ฌอง วัลฌองก็ไปสารภาพต่อมาริอุสว่าตนเคยเป็นนักโทษในเรือนจำมหันตโทษ มาริอุสเกิดความรังเกียจ และไม่รู้ว่าคนที่ช่วยชีวิตตนคือฌอง วัลฌอง จึงพยายามทุกวิถีทางกีดกันไม่ให้ฌอง วัลฌองมาพบโกแซตต๎ ฌอง วัลฌองว้าเหว่เดียวดายเมื่อสูญเสียโกแซตต๎ และตรอมใจจนใกล้ตาย แต่เตนาร๎ดิเยร์ซึ่งเจตนาไปรีดไถมาริอุสที่มีพ่อตาเป็นอดีตนักโทษนั้น กลับเปิดเผยความจริงให้มาริอุสรู้โดยไม่ตั้งใจว่าคนที่ช่วยชีวิตตนนั้นก็คือ ฌอง วัลฌอง มาริอุสละอายใจ จึงรีบพาโกแซตต๎ไปหาฌอง วัลฌอง คิดว่าจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ทัน เพราะวัลฌองเจ็บหนักจนสุดยื้อชีวิตคืนแล้ว อย่างไรก็ดี ฌอง วัลฌองก็ได้จากไปอย่างสงบเมื่อได้รับความเข้าใจจากโกแซตต๎ และมาริอุส ฌอง วัลฌอง กล่าวกับมาริอุสและโกแซตต๎ก่อนสิ้นลมว่า …. “ความตายเป็นการจัดการที่ดี พระเจ้าทรงทราบดีกว่าเราว่าอะไรจำเป็นสำหรับเรา ทรงทราบว่าพวกคุณต้องมีความสุข ทรงทราบว่าเมอสิเยอร์ปงต์แมร๎ซี ต้องมีโกแซตต๎ วัยเยาว์ต้องเคียงคู่อรุณรุ่ง และรอบตัวพวกเจ้า ลูกเอ๋ย ต้องมีดอกไลแล็กและนกไนติงเกล ชีวิตของลูกๆ เป็นดังผืนหญ้างามกลางแสงตะวัน ความครึกครื้นหรรษาแห่งสวรรค์เติมวิญญาณของลูกจนเต็ม และบัดนี้ พ่อก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ อีกแล้ว พระองค์จึงทรงให้พ่อตาย พระองค์ทรงแน่ใจว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปเพื่อสิ่งที่ดี พวกเจ้าเห็นไหม เราต้องมีเหตุผล บัดนี้ ไม่มีทางอื่นที่เป็นไปได้อีกแล้ว พ่อรู้ว่าทุกอย่างจบแล้ว …” “ตายน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่มันน่ากลัวยิ่งกว่า ถ้าอยู่โดยไม่มีชีวิต”